วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2558

เมืองหลวงประเทศสิงคโปร์


ประเทศสิงคโปร์ เมืองหลวงคือ สิงคโปร์ (Singapore)


ประเทศสิงคโปร์
ประเทศสิงคโปร์ไม่มีเมืองหลวงอย่างเป็นทางการ โดยใช้พื้นที่ทั้งประเทศเป็นเมืองหลวงเนื่องจากเป็นประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็ก ตั้งอยู่บริเวณปลายแหลมมาลายู มีเนื้อที่เพียง 697 ตารางกิโลเมตร ประชากรราว 5,300,000 คน สิงคโปร์ถึงแม้จะไม่มีทรัพยากรอะไรเลย แต่ก็นับได้ว่าเป็นประเทศที่มีความเจริญเป็นอย่างมาก โดยเป็นศูนย์ทางด้านเศรษฐกิจ การเงินและการลงทุนของภูมิภาค และถึงแม้จะเป็นประเทศขนาดเล็ก แต่ก็มีบริษัทต่างชาติมาตั้งสำนักงานจำนวนมากมาย มีสนามบินและระบบขนส่งภายในประเทศที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค ประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้สูง มีแหล่งท่องเที่ยวมีเป็นจุดดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกมากมายฃ



ที่มา: http://www.xn--12cg1cxchd0a2gzc1c5d5a.net/

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

สัตว์ประจำชาติประเทศสิงคโปร์






สัตว์ประจำชาติสิงคโปร์
สิงโต (Lion) สัตว์ประจำชาติสิงคโปร์
สิงโต (Lion) หากชาวสมาชิกอาเซียนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ได้ยินคำนี้กันแล้ว เป็นต้องนึกไปถึงสัตว์ชนิดหนึ่งที่มีอำนาจแห่งการเป็นเจ้าป่า มีความดุร้าย น่าเกรงขามและเป็นที่หวาดกลัวของเหล่าสัตว์เล็ก สัตว์น้อย รวมถึงสัตว์ใหญ่ประเภทอื่น ๆ ทว่านอกเหนือจากนี้แล้ว สิงโตยังกลับกลายมาเป็นที่มาของชื่อประเทศสิงคโปร์ได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

สำหรับชื่อที่มาของประเทศนั้น มาจากคำว่า สิงหปุระ (Singapura) โดยในภาษาสันสกฤต หมายถึง เมืองแห่งสิงโต จากที่พบตามบันทึกได้มีการกล่าวไว้ว่า เจ้าชายแสงนิลา อุตามา แห่งเมืองปาเล็มบัง (ในปัจจุบันเป็นเมืองหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย) ได้เกิดอุบัติเหตุเรือล่ม จากนั้นได้ลอยไปติดเข้ากับเกาะแห่งหนึ่ง เจ้าชายได้พบสัตว์ชนิดหนึ่งแล้วเชื่อมั่นว่านั่นคือ สิงโต จึงได้ตั้งชื่อเกาะแห่งนี้ว่า ‘สิงหปุระ’ (เมืองแห่งสิงโต) นั่นเอง

สิงโตเป็นสัตว์ที่มีสัญลักษณ์หรือเป็นตัวแทนแห่งความหาญกล้า เด็ดเดี่ยวและเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง ทั้งยังมีความดีอันเป็นเลิศ เป็นเจ้าแห่งผืนป่าที่สามารถปกครองเหล่าสัตว์ต่างๆ ให้อยู่ในระบบการปกครองของตนเองได้อย่างยุติธรรม นำพาความสงบและสันติสุขมามอบให้แก่ประชากรภายใต้อำนาจการปกครองของมัน ความหมายอันดีงามนี้ มีผลสะท้อนถึงวิถีชีวิตอันสงบสุขของประชาชนชาวสิงคโปร์ในปัจจุบัน สำหรับชาวอาเซียนที่มีโอกาสได้เดินทางไปเยือนสิงคโปร์ ไม่ว่าจะไปเที่ยวชม เรียนหรือทำงานก็ตาม ล้วนเป็นต้องได้พบเห็นสัญลักษณ์รูปปั้นสิงโตที่มีน้ำพุพุ่งยาวออกมาจากปาก สู่ผืนน้ำเบื้องล่าง ใครไปเห็นเป็นต้องตื่นตะลึงในประติมากรรมอันงดงามแห่งสัตว์ที่มีนามว่า ‘สิงโต’ นี้กันอยู่ไม่น้อย สำหรับรูปปั้นสิงโตสีขาวสะอาด ตั้งตระหง่านอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของประเทศ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมอย่างต่อเนื่องมิขาดสาย มองแล้วช่างให้ความรู้สึกอร่ามตาสดใสและใครที่ได้ไปเยือนสิงคโปร์ เป็นต้องเข้าไปถ่ายภาพกลับมาอวดใครต่อใครด้วยรอยยิ้มกลับมาเสมอ


ที่มา: https://sites.google.com

ตราแผ่นดินประเทศสิงคโปร์


ตราแผ่นดินของสิงคโปร์ ประกาศใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2502 พร้อมกันกับธงชาติ และ เพลงชาติ ณ ห้องสาบานตนประธานาธิบดีแห่งสิงค์โปร์ ที่ ศาลาว่าการของเมืองสิงคโปร์ ลักษณะของตราแผ่นดิน เป็นรูปสิงโตและเสือถือโล่สีแดงซึ่งมีรูปดาวห้าแฉกสีขาว 5 ดวง และพระจันทร์เสี้ยวสีขาวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ สำคัญที่ใช้บนธงชาติของสิงคโปร์ เสือเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความผูกพันทางประวัติศาสตร์กับประเทศมาเลเชีย และสิงโตเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงสิงคโปร์ ด้านล่างของตราแผ่นดินเป็นริบบิ้นสีน้ำเงินจารึกคำขัวญประจำชาติด้วยตัวหนังสือที่ทองว่า ข้างใต้มีคำขวัญ "Majulah singapura:" ซึ่งมีความหมายว่า "สิงคโปร์จงเจริญ"


ที่มา: https://th.wikipedia.org

วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2558

คลิปนำเที่ยวสิงคโปร์

สัญลักษณ์ประเทศสิงคโปร์


เมอร์ไลออน (Merlion) แปลว่า สิงโตทะเล มีหัวเป็นสิงโต ร่างเป็นปลา ยืนอยู่บนยอดคลื่น แรกเริ่มเป็นสัญลักษณ์ของคณะกรรมการการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ (Singapore Tourism Board-STB) ออกแบบขึ้นในปี 2507 โดย นายฟราเซอร์ บรูนเนอร์ (Mr.Fraser Brunner) สมาชิกคณะกรรมการฝ่ายของที่ระลึกและผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแวนคลีฟ (Van Kleef Aquarium)

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 ก.ค.2509 สิงโตทะเล ( เมอร์ไลออน ) ได้รับการจดทะเบียน เป็นเครื่องหมายการค้าของคณะกรรมการส่งเสริมการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ (Singapore Tourist Promotion Board-STPB)

การออกแบบ ผสมผสานเรื่องราวของตำนาน กับความจริงเข้าไว้ด้วยกัน หัวเป็นสิงโต หมายถึงสิงโตที่เจ้าชายซางนิลา อุตามะ พบตอนที่ท่านเจอ เกาะสิงคโปร์ใน ค.ศ. 11 … ตามที่บันทึกไว้ ใน “บันทึกของชาว มาเลย์” (Malay Annals) หางปลาเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโบราณชื่อ เทมาเส็ก (Temasek) (เป็นภาษาญี่ปุ่นที่มีความหมายว่า “ทะเล”)


สิงคโปร์ เป็นที่รู้จักกันก่อนที่เจ้าชายซางนิลาจะตั้งชื่อให้ว่า “สิงคปุระ” ที่เป็นภาษา สันสกฤต มีความหมายว่าเมือง (ปุระ) แห่งสิงโต (สิงค์) และยังหมายถึงจุดเริ่มต้นอันต่ำต้อยของสิงคโปร์ ที่ในอดีตเคยเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมง

” เมอร์ไลออน ” ประติมากรรมสัตว์ประหลาดนี้ ต่อมาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์ ในสายตาทุกประเทศทั่วโลก ที่ไปแล้วควรจะมีรูปถ่าย เพื่อยืนยันว่า “ไปมาแล้ว” (รวมสัญลักษณ์ของสิงคโปร์)


สิงโตทะเล มี 2 ตัว สิงโตทะเลตัวแม่ สูง 8.6 เมตร หนัก 70 ตัน สร้างขึ้นจากซีเมนต์ฟอนดู โดยช่างฝีมือผู้ล่วงลับไปแล้วที่ชื่อ ลิมนางเส็ง (Mr.Lim Nang Seng) ส่วนรูปปั้นตัวที่ 2 ขนาดเล็กกว่า สูงเพียง 2 เมตร หนัก 3 ตัน ถูกสร้างโดยช่างลิมเช่นเดียวกัน ลำตัวทำจากซีเมนต์ฟอนดู ผิวทำจากจานลายคราม และตาทำจากถ้วยชาสีแดงขนาดเล็ก

แต่เดิมแม่สิงโตและสิงโตน้อย ตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำสิงคโปร์ ตรงข้ามกับ Elizabeth Walk ห่างจากที่ตั้งปัจจุบันเพียง 120 เมตร เรียกบริเวณนี้ว่า สวนสิงโตทะเล ( เมอร์ไลออน พาร์ค – Merlion Park) ต่อมาไม่นานบริเวณดังกล่าวก็เป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว และกลายเป็นสถานที่ในเมืองใหญ่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก


นายลีกวนยู (Mr.Lee Kuan Yew) นายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ในขณะนั้นได้ประกอบพิธีติดตั้งรูปปั้นสิงโตในวันที่ 15 ก.ย.2515 มีการติดป้ายบรอนซ์เพื่อเป็นที่ระลึกของโอกาสพิเศษนี้ โดยมีถ้อยคำจารึกไว้ว่า “สิงโตทะเลถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือนสิงคโปร์”

สิงโตทะเลและสิงโตทะเลน้อยถูกย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบันระหว่างวันที่ 23-25 เม.ย.2545 การย้ายที่ตั้งสิงโตทะเลไปอยู่ที่ตั้งใหม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย 7.5 ล้านเหรียญสิงคโปร์

รูปปั้นสิงโตทะเลหันหน้าออกไปยังอ่าวมาริน่า (Marina Bay) ที่มีทัศนียภาพสวยงาม อยู่ติดกับอาคารโรงแรมฟูลเลอตัน ที่มีสวนหย่อมขนาด 2,500 ตารางเมตร
ที่มา:http://travel.mthai.com/

ดอกไม้ประจําชาติสิงคโปร์



กล้วยไม้ในกลุ่ม แวนด้า เป็นดอกไม้ประจำชาติของ สาธารณรัฐสิงคโปร์

ชื่อพื้นเมือง -

ลักษณะทั่วไป แวนด้าเป็นกล้วยไม้ประเภทโมโนโพเดี้ยล ไม่แตกกอ เจริญเติบโตไปทางยอด

รากเป็นรากอากาศ

ใบ ใบมีลักษณะกลม แบนหรือร่อง ใบซ้อนสลับกัน

ดอก สีม่วงและรูปลักษณ์ที่สวยงาม

ผล -

ด้านภูมิทัศน์ พบได้ทั่วไปในประเทศสิงคโปร์





ที่มา: https://sites.google.com